
ทำไมญี่ปุ่นและจีนถึงลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ?
ญี่ปุ่นและจีนกำลังเป็นผู้นำในการเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความกังวลเรื่องค่าเงินที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางผลกระทบต่อเนื่องจากสงครามในอิหร่านและราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้น แนวโน้มนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับทั้งสองประเทศ ในขณะที่พวกเขากำลังปรับเปลี่ยนทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันทางเศรษฐกิจ
แนวโน้มปัจจุบันของการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นอย่างไร?
ข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่าการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ของทั้งญี่ปุ่นและจีนลดลงอย่างรวดเร็ว การถือครองพันธบัตรรัฐบาลของจีนลดลงเหลือ 652.3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2008 คิดเป็น ลดลง 6% จากเดือนก่อนหน้า ในขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นได้ลดการถือครองลงประมาณ 47 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ยอดรวมอยู่ที่ 1.191 ล้านล้านดอลลาร์ โดยรวมแล้ว การถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ของต่างชาติลดลงจาก 9.49 ล้านล้านดอลลาร์ เป็น 9.25 ล้านล้านดอลลาร์ ในเดือนมีนาคม 2026[^1]
อะไรคือสาเหตุของการเทขายครั้งนี้?
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้สร้างความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญในตลาดเอเชีย กระตุ้นให้ธนาคารกลางเทขายดอลลาร์เพื่อเข้าแทรกแซงค่าเงินภายในประเทศที่อ่อนค่าลง เงินเยนและสกุลเงินอื่น ๆ ในภูมิภาคอ่อนค่าลงอย่างเห็นได้ชัด จำเป็นต้องมีการดำเนินการเพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจท้องถิ่น ดังที่ Frederic Neumann หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชียของ HSBC ได้กล่าวไว้ว่า:
“เมื่อพิจารณาถึงความผันผวนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นนับตั้งแต่เริ่มสงครามในอ่าวเปอร์เซีย และแรงกดดันที่เกิดขึ้นต่ออัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย จึงไม่น่าแปลกใจที่การถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ของธนาคารกลางได้ลดลง”
ตลาดสกุลเงินตอบสนองอย่างไร?
ผลกระทบจากเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์เหล่านี้มีความรุนแรง ผลักดันให้สกุลเงินเอเชีย โดยเฉพาะเงินเยน เข้าสู่ภาวะตกต่ำ ประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันอย่างมาก รวมถึงญี่ปุ่น กำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ทำให้ผู้กำหนดนโยบายต้องชำระบัญชีสินทรัพย์ที่อยู่ในรูปเงินดอลลาร์บางส่วน เพื่อสภาพคล่องทางการเงิน และเพื่อเสริมสร้างสกุลเงินของตนต่อภาวะเงินเฟ้อและแรงกระแทกของตลาด
ผลกระทบระยะยาวคืออะไร?
นักวิเคราะห์ชี้ว่าข้อมูลเดือนเมษายน เมื่อได้รับการเปิดเผย จะยิ่งช่วยชี้แจงถึงขอบเขตที่ธนาคารกลางยินดีที่จะรักษาเสถียรภาพสกุลเงินของตนผ่านการขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ นอกจากนี้ ราคาพันธบัตรที่ลดลงยังนำไปสู่การขาดทุนอย่างมากในการประเมินมูลค่าสำหรับนักลงทุนต่างชาติ โดยมีการรายงานการขาดทุน 142.1 พันล้านดอลลาร์ จากการถือครองพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวในเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียว[^1]
ประเด็นสำคัญ
- จีนและญี่ปุ่น กำลังลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
- การถือครองของจีนอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 18 ปี ในขณะที่ญี่ปุ่นยังคงเป็นผู้ถือครองต่างชาติรายใหญ่ที่สุดแต่ก็ได้ลดลงเช่นกัน
- มูลค่าสกุลเงินที่ลดลงกำลังบีบให้รัฐบาลเอเชีย โดยเฉพาะในญี่ปุ่น เข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
- การเทขายส่วนหนึ่งเป็นการตอบสนองต่อความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นที่เชื่อมโยงกับความขัดแย้ง รวมถึงการประเมินมูลค่าพันธบัตรที่ลดลง
หากต้องการดูว่าข้อมูลนี้ส่งผลกระทบต่อการลงทุนของคุณอย่างไร โปรดอ่านการวิเคราะห์ตลาดล่าสุดของเรา
อ้างอิง
[^1]: CNBC. 'Japan, China lead foreign government retreat from U.S. Treasurys as Iran war fallout stokes currency fears (https://www.cnbc.com/2026/05/19/central-banks-offload-us-treasuries-china-holdings-at-18-year-low.html)'. CNBC. 2026-05-19.
คำสำคัญหลัก: พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ, การถือครองของต่างชาติ, ญี่ปุ่น, จีน, สงครามอิหร่าน, ความกังวลเรื่องค่าเงิน, ผลกระทบทางเศรษฐกิจ, การเทขายพันธบัตร


