chat icon
Backกลับ

คู่สกุลเงินฟอเร็กซ์: คู่มือสมบูรณ์สำหรับคู่หลัก คู่รอง และคู่เอ็กโซติก

แนวทางสำหรับผู้เริ่มต้น

Aurra Markets Editor

เผยแพร่เมื่อ 2026-01-12

อัปเดตเมื่อ 2026-01-23

2 อ่านใช้เวลา

People climbing a mountain

คู่สกุลเงินฟอเร็กซ์ถือเป็นหัวใจของการเทรดฟอเร็กซ์ ทุกครั้งที่คุณเทรดฟอเร็กซ์ คุณจะกำลังแลกเปลี่ยนสกุลเงินสองสกุลคู่กัน กล่าวคือ คุณกำลังซื้อสกุลเงินหนึ่งเพื่อขายอีกสกุลหนึ่ง ซึ่งนี่คือเหตุผลที่เรียกว่า คู่สกุลเงิน

มีคู่สกุลเงินฟอเร็กซ์หลัก 3 ประเภท ได้แก่ คู่หลัก (Major Pairs), คู่รอง (Minor Pairs) และ คู่เอ็กโซติก (Exotic Pairs) แต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะ การทำความเข้าใจจะช่วยวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการเทรดของคุณ เรามาเจาะลึกและทำความเข้าใจกัน!

สกุลเงินฐานและสกุลเงินอ้างอิง

ในทุกคู่สกุลเงิน คุณจะพบสองสกุลเงิน ได้แก่ สกุลเงินฐาน (Base Currency) และ สกุลเงินอ้างอิง (Quote Currency)

  • สกุลเงินฐาน: คือสกุลเงินตัวแรกในคู่ เป็นสกุลที่คุณกำลังซื้อหรือขาย
  • สกุลเงินอ้างอิง: คือสกุลเงินตัวที่สอง แสดงว่าคุณต้องใช้สกุลนี้เท่าไรเพื่อซื้อ 1 หน่วยของสกุลเงินฐาน

ตัวอย่าง: การทำงานของคู่สกุลเงิน

พิจารณาคู่ EUR/USD (ยูโร/ดอลลาร์สหรัฐ)

  • EUR (ยูโร) คือ สกุลเงินฐาน
  • USD (ดอลลาร์สหรัฐ) คือ สกุลเงินอ้างอิง

หากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1.1200 หมายความว่า 1 ยูโร = 1.12 ดอลลาร์สหรัฐ

  • เมื่อคุณ ซื้อ EUR/USD หมายถึงคุณกำลังซื้อยูโรและขายดอลลาร์สหรัฐ
  • เมื่อคุณ ขาย EUR/USD หมายถึงคุณกำลังขายยูโรและซื้อดอลลาร์สหรัฐ

เข้าใจง่ายใช่ไหม? เมื่อคุณคุ้นเคยกับแนวคิดนี้แล้ว การติดตามการเคลื่อนไหวของราคาจะง่ายขึ้นมาก

คู่หลัก (Major Pairs)

คู่หลักคือดาวเด่นของตลาดฟอเร็กซ์! เป็นคู่สกุลเงินที่มีการเทรดมากที่สุด และ จะมีดอลลาร์สหรัฐ (USD) อยู่เสมอ

ตัวอย่างคู่หลัก

  • EUR/USD (ยูโร/ดอลลาร์สหรัฐ)
  • GBP/USD (ปอนด์สเตอร์ลิง/ดอลลาร์สหรัฐ)
  • USD/JPY (ดอลลาร์สหรัฐ/เยนญี่ปุ่น)
  • USD/CHF (ดอลลาร์สหรัฐ/ฟรังก์สวิส)
  • AUD/USD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย/ดอลลาร์สหรัฐ)
  • USD/CAD (ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์แคนาดา)

ทำไมคู่หลักถึงสำคัญ

  • สภาพคล่องสูง: เพราะมีการเทรดมาก จึงมักมีผู้ซื้อหรือผู้ขายอยู่เสมอ
  • ต้นทุนต่ำ: สเปรดแคบทำให้ต้นทุนการเทรดต่ำ
  • เสถียรภาพ: ราคาขยับเล็กและมั่นคง ทำให้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น

สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มเทรด คู่หลักเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะคาดเดาได้ง่ายและเข้าใจง่ายกว่าประเภทอื่น

คู่รอง (Minor Pairs)

คู่รองเป็นระดับรองจากคู่หลัก ประกอบด้วย สกุลเงินแข็งสองสกุล แต่ ไม่รวมดอลลาร์สหรัฐ (USD)

ตัวอย่างคู่รอง

  • EUR/GBP (ยูโร/ปอนด์สเตอร์ลิง)
  • GBP/JPY (ปอนด์สเตอร์ลิง/เยนญี่ปุ่น)
  • AUD/NZD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย/ดอลลาร์นิวซีแลนด์)
  • CAD/CHF (ดอลลาร์แคนาดา/ฟรังก์สวิส)

ทำไมคู่รองถึงสำคัญ

  • ความหลากหลายมากขึ้น: ให้คุณเทรดสกุลเงินแข็งโดยไม่ต้องใช้ดอลลาร์สหรัฐ
  • ความผันผวนปานกลาง: ผันผวนมากกว่าคู่หลักเล็กน้อย แต่สามารถสร้างโอกาสทำกำไรได้มากขึ้น
  • การกระจายพอร์ตโฟลิโอ: ช่วยให้คุณกระจายการเทรดไปหลายตลาด

คู่รองเป็นวิธีที่ดีในการสร้างความหลากหลายเมื่อคุณเริ่มคุ้นเคยกับคู่หลัก

คู่เอ็กโซติก (Exotic Pairs)

คู่เอ็กโซติกเปรียบเสมือน “ไพ่ป่า” ของตลาดฟอเร็กซ์ ประกอบด้วย สกุลเงินหลักหนึ่งตัวจับคู่กับสกุลเงินจากเศรษฐกิจเกิดใหม่หรือเศรษฐกิจขนาดเล็ก

ตัวอย่างคู่เอ็กโซติก

  1. USD/TRY (ดอลลาร์สหรัฐ/ลีราตุรกี)
  2. EUR/ZAR (ยูโร/แรนด์แอฟริกาใต้)
  3. GBP/THB (ปอนด์สเตอร์ลิง/บาทไทย)
  4. USD/INR (ดอลลาร์สหรัฐ/รูปีอินเดีย)

ทำไมคู่เอ็กโซติกถึงสำคัญ

  1. ความผันผวนสูง: ราคาขยับใหญ่ ทำให้มีโอกาสทำกำไรมาก แต่ความเสี่ยงก็สูงตาม
  2. สภาพคล่องต่ำ: มีการเทรดน้อย ต้นทุนการเทรดจึงสูงขึ้น
  3. โอกาสพิเศษ: ราคาขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจท้องถิ่น เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่สนใจตลาดเกิดใหม่

คู่เอ็กโซติกอาจน่าตื่นเต้น แต่เหมาะกับผู้ที่มี ประสบการณ์การเทรดบ้างแล้ว

บทสรุป

คู่สกุลเงินฟอเร็กซ์คือ พื้นฐานของทุกกิจกรรมการเทรด ของคุณ

  1. คู่หลัก (Major Pairs): เสถียร น่าเชื่อถือ และเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
  2. คู่รอง (Minor Pairs): เพิ่มความหลากหลายและเปิดโอกาสในการเทรดใหม่ ๆ
  3. คู่เอ็กโซติก (Exotic Pairs): น่าตื่นเต้น แต่มีความเสี่ยงและผลตอบแทนสูง

เริ่มต้นด้วยการโฟกัสที่ คู่หลัก เพื่อสร้างความมั่นใจ และเมื่อคุณเรียนรู้มากขึ้น สามารถขยายไปยัง คู่รองและคู่เอ็กโซติก ด้วยความเข้าใจพื้นฐานที่มั่นคง คุณจะสามารถเทรดฟอเร็กซ์ได้อย่างมืออาชีพ

FAQ

ควรเทรดกี่คู่เมื่อเริ่มต้น?

สำหรับผู้เริ่มต้น แนะนำให้โฟกัสเพียง 2–3 คู่หลัก แทนการติดตามหลายตลาดพร้อมกัน เริ่มต้นด้วย EUR/USD ซึ่งมีสภาพคล่องสูงที่สุดและสเปรดแคบที่สุด (โดยปกติ 0.1–0.3 พิปกับโบรกเกอร์ ECN) เมื่อคุ้นเคยแล้ว สามารถเพิ่ม GBP/USD หรือ USD/JPY เข้าไปในรายการเฝ้าติดตาม วิธีนี้ช่วยให้คุณเรียนรู้พฤติกรรมของคู่สกุลเงินอย่างละเอียด เข้าใจรูปแบบราคาได้ง่าย และสร้างความเชี่ยวชาญในคู่ที่เลือกก่อนขยายตลาด

คู่สกุลเงินใดผันผวนที่สุดและช่วงเวลาไหน?

คู่หลักที่ผันผวนสูงมักเป็น GBP/USD (“Cable”) และ GBP/JPY (“Dragon”) โดยมีการเคลื่อนไหวเฉลี่ย 100–150 พิปต่อวัน

สำหรับ คู่ข้าม (Cross Pairs) เช่น GBP/JPY, AUD/JPY และ NZD/JPY (เรียกรวมกันว่า “Yen crosses”) ก็มีความผันผวนสูงเช่นกัน

คู่เอ็กโซติก เช่น USD/TRY, USD/ZAR และ USD/MXN อาจมีการเคลื่อนไหวสุดขีด 200–300+ พิปต่อวัน

ความผันผวนสูงสุดมักเกิดในช่วง Session Overlap โดยเฉพาะ ลอนดอน/นิวยอร์ก (8:00–12:00 EST) และช่วง ข่าวเศรษฐกิจสำคัญของสกุลเงินนั้น ๆ เช่น NFP (วันศุกร์แรกของเดือน) ซึ่งสร้างความผันผวนสูงสำหรับคู่ USD

คู่ข้าม (Currency Cross Pair) คืออะไร และแตกต่างจากคู่หลักอย่างไร?

คู่ข้าม (Cross Pair) หรือที่เรียกว่าคู่รอง คือคู่สกุลเงิน ที่ไม่รวมดอลลาร์สหรัฐ (USD) เช่น EUR/GBP, AUD/JPY หรือ CHF/CAD

แตกต่างจากคู่หลักที่ USD เป็นสกุลฐานหรืออ้างอิง คู่ข้ามแสดง อัตราแลกเปลี่ยนโดยตรงระหว่างสองสกุลเงินที่ไม่ใช่ USD

  1. ก่อนมีการเทรดอิเล็กทรอนิกส์ เทรดเดอร์ต้องใช้คู่ USD สองคู่เพื่อสร้างอัตราแลกเปลี่ยนข้าม
  2. คู่ข้ามมักมี สเปรดกว้างกว่าคู่หลัก (โดยทั่วไปกว้างกว่า 1–3 พิป)
  3. อาจมี สภาพคล่องต่ำในบางช่วง
  4. การเคลื่อนไหวขึ้นอยู่กับ ปัจจัยเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยไม่พึ่ง USD จึงสร้างโอกาสเทรดที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์

ความสัมพันธ์ของคู่สกุลเงินมีผลต่อกลยุทธ์การเทรดอย่างไร?

ความสัมพันธ์ของคู่สกุลเงิน แสดงถึงว่าคู่สกุลเงินเคลื่อนไหวสัมพันธ์กันอย่างไร วัดจาก -100% (ความสัมพันธ์ลบสมบูรณ์) ถึง +100% (ความสัมพันธ์บวกสมบูรณ์)

  1. สำหรับ การบริหารความเสี่ยง: หลีกเลี่ยงการเปิดตำแหน่งเหมือนกันพร้อมกันในคู่ที่มีความสัมพันธ์สูง เช่น EUR/USD และ GBP/USD (+85–95%) เพราะจะทำให้ความเสี่ยงซ้ำซ้อนเพิ่มขึ้น
  2. ในทางกลับกัน ความสัมพันธ์สามารถใช้เป็น เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงหรือยืนยันสัญญาณการเทรด ได้
    1. ตัวอย่างเช่น หาก EUR/USD และ USD/CHF (โดยปกติ -95% ความสัมพันธ์) เริ่มเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ไม่คาดคิด อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติที่ควรตรวจสอบ

ความสัมพันธ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จจึงมัก อัปเดตเมทริกซ์ความสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอและปรับกลยุทธ์ตาม

ปัจจัยเศรษฐกิจใดมีผลต่อคู่สกุลเงินแต่ละคู่?

แต่ละคู่สกุลเงินได้รับอิทธิพลจาก ปัจจัยเศรษฐกิจเฉพาะตัว ดังนี้:

  1. EUR/USD: มีความไวต่อ ความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่าง Federal Reserve (สหรัฐ) และ European Central Bank (ยูโรโซน) ข้อมูลการผลิต และความมั่นคงทางการเมืองในยูโรโซน
  2. GBP/USD: ได้รับผลกระทบจาก นโยบาย Bank of England, พัฒนาการเกี่ยวกับ Brexit และข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ในสหราชอาณาจักร
  3. USD/JPY: เคลื่อนไหวตาม ความรู้สึกความเสี่ยงของตลาด (JPY แข็งค่าในช่วงความไม่แน่นอน) การแทรกแซงของ Bank of Japan และความแตกต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่น
  4. AUD/USD และ NZD/USD (Commodity Currencies): มีความไวต่อ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์, ข้อมูลเศรษฐกิจจีน และความเสี่ยงตลาดโลก
  5. USD/CAD: เคลื่อนไหวตาม ราคาน้ำมัน เนื่องจากแคนาดาส่งออกน้ำมันเป็นหลัก
  6. คู่เอ็กโซติก: ขึ้นอยู่กับ ความมั่นคงทางการเมือง, อัตราเงินเฟ้อ, และการไหลของเงินทุน ในประเทศนั้น ๆ

สเปรดเปรียบเทียบระหว่างคู่หลัก คู่รอง และคู่เอ็กโซติกเป็นอย่างไร?

สเปรดแตกต่างกันอย่างมากตามประเภทคู่สกุลเงิน:

  1. คู่หลัก (Major Pairs): สเปรดแคบที่สุด เช่น
    1. EUR/USD: ประมาณ 0.1–1.0 พิป (ขึ้นอยู่กับประเภทโบรกเกอร์)
    2. USD/JPY: 0.5–1.0 พิป
    3. GBP/USD: 0.9–1.5 พิป
  2. คู่รอง/คู่ข้าม (Minor/Cross Pairs): สเปรดปานกลาง เช่น
    1. EUR/GBP: ประมาณ 0.8–2.0 พิป
    2. AUD/JPY: ประมาณ 1.5–3.0 พิป
    3. EUR/CHF: ประมาณ 1.5–3.0 พิป
  3. คู่เอ็กโซติก (Exotic Pairs): สเปรดกว้างที่สุด เช่น
    1. USD/TRY: 20–50 พิป
    2. USD/ZAR: 15–60 พิป
    3. USD/MXN: 8–25 พิป

ความต่างของสเปรดมีผลต่อ ต้นทุนการเทรด อย่างมาก

  1. การเทรด EUR/USD 1 ล็อต อาจเสียค่าใช้จ่ายสเปรด $1–10
  2. ในขณะที่ USD/ZAR 1 ล็อต อาจเสีย $150–600

ดังนั้น คู่เอ็กโซติก ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่เทรดบ่อยหรือใช้กลยุทธ์สแกลป์

เวลาที่ดีที่สุดในการเทรดคู่สกุลเงินต่าง ๆ คือเมื่อใด?

เวลาการเทรดที่เหมาะสมแตกต่างกันไปตามคู่สกุลเงิน และขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ ศูนย์การเงินของสกุลเงินนั้น ๆ เปิดทำการ

  • EUR/USD, GBP/USD และคู่ข้ามยุโรป (European crosses):
    • ช่วง London Session (3:00–12:00 EST) ให้สภาพคล่องและการเคลื่อนไหวราคาที่ดีที่สุด
    • กิจกรรมสูงสุดอยู่ในช่วง London/New York Overlap (8:00–12:00 EST)
  • USD/JPY, AUD/USD, NZD/USD และคู่ข้ามเอเชีย (Asian crosses):
    • ช่วง Asian Session (19:00–4:00 EST) ให้การเคลื่อนไหวราคาที่สำคัญที่สุด
  • USD/CAD:
    • ช่วง New York Session (8:00–17:00 EST) เหมาะที่สุด เนื่องจากทั้งสองเศรษฐกิจในอเมริกาเหนือเปิดทำการ
  • คู่เอ็กโซติก:
    • ควรเทรดในช่วง เวลาตลาดท้องถิ่นของสกุลเงินนั้น เมื่อสภาพคล่องสูงที่สุด
    • ตัวอย่างเช่น USD/TRY ช่วงเวลาตลาดตุรกี (2:00–11:00 EST) และ USD/ZAR ช่วงเวลาตลาดแอฟริกาใต้ (3:00–11:00 EST)
สารบัญ